[MS]ชูครีม

posted on 02 Sep 2012 21:16 by twincrystal

Timeline – หลังจาก Tag in the rain

ตัวละครที่เกี่ยวข้อง – สกาย ปราณนต์ รุ่นห้า

                                  ลูกไม้ มายา       รุ่นห้า

                                  คุณแม่ของสกาย 

                                 

 

                เด็กสาวตัวเล็กในชุดเดรสกระโปรงสั้นสีฟ้าขาวลายทาง รองเท้าส้นสูง เสื้อผ้าหน้าผม ‘ เป๊ะ’ ไปทุกกระเบียดนิ้ว เดินกลับไปกลับมาอยู่หน้าบ้านของ ‘เพื่อนร่วมชั้น’ ทำใจอยู่ซักพักใหญ่  หายใจยาวๆ ช้าๆ เพื่อรวบรวมความกล้า ตัดสินใจยื่นนิ้วไปจิ้มที่กริ่งหน้าบ้าน  

                 ทันทีที่เสียงกริ่งดัง ภายในไม่ถึงสิบวิ  ร่างสูงของเจ้าบ้านก็เปิดประตูโผล่ออกมาจากประตูบ้าน เจ้าตัวอยู่ในชุดอยู่บ้านที่ดูดีกว่าทีเธอคิด  

                หึ... แต่ใครจะสนใจนายนี่กันล่ะ ที่เธอสนน่ะ  ‘คุณแม่’ ของสกายต่างหาก

                “เข้ามาสิ” อีกฝ่ายเอ่ยชวน  ลูกไม้เพียงพยักหน้าแล้วเดินตามเข้าไปอย่างว่าง่าย เขาเอาเธอมาปล่อยที่ห้องรับแขกตรงส่วนหน้าบ้าน ส่วนตัวเองก็หายแว้บเข้าไปหลังบ้านเป็นนานสองนานจนคนที่นั่งรออยู่ชักประหม่าหนัก

                สิ่งที่มายาไม่ถนัดที่สุดในชีวิต... คือสถานการณ์แรกพบที่จะเจอผู้หลักผู้ใหญ่ เธอรู้สึกเหมือนว่ามันคือการซื้อหวย ถ้าผู้ใหญ่ใจดีก็แล้วไป  แต่ถ้าจู้จี้จุกจิกเหมือนกับอาม่าเธอนี่ ...เธอยอมรับว่ารับมือไม่ไหว เลี่ยงได้ก็อยากจะเลี่ยงให้สุดชีวิต

          

      แม่นายสกายจะใจดีไหมนะ... 

         ลูกไม้พยายามดึงกระโปรงเดรสสั้นของตัวเองให้มันลงมาปิดเรียวขาให้มากขึ้น ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าพยายามดึงยังไงมันก็ไม่ช่วยเท่าไหร่หรอก 

       ก่อนออกจากบ้านเธอโดนอาม่าสวดยับ เรื่องการแต่งเนื้อแต่งตัวที่ดูจะ ‘ไม่ค่อยงาม’ เท่าไหร่ในสายตาของผู้ใหญ่ ขนาดอาม่าเธอเป็นญาติกันแท้ๆ ยังดุเธอขนาดนั้น นี่แม่คนอื่น

       อยากจะเปลี่ยนชุดใจจะขาดปฐพีก็ถือสิทธิผูกขาดในการแต่งตัวของเธอไปซะแล้วชั่วชีวิต จนกว่าเธอจะแต่งงานแต่งออกบ้านออกเรือนไปนั่นแหละถึงจะรอด  

       จะโดนมองเป็นเด็กใจแตก แต่งกายล่อแหลม รึเปล่านะ  แต่เอ๊ะ .. นี่ฉันจะไปแคร์ภาพลักษณ์ตัวเองในสายตาคุณแม่นายสกายทำไม ไม่ได้จะแต่งเข้าบ้านเค้าซะหน่อย ยังไงก็น่าจะเจอกันแค่รอบเดียวอยู่แล้วนิ..  คิดได้อย่างนั้นมายาก็ผ่อนคลาย ทำตัวสบายๆ ขึ้น

     ในที่สุดปราณนต์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องรับแขก ยื่นผ้ากันเปื้อนสีเขียวให้เธอ  “ใส่ไว้นะ เดี๋ยวชุดเปื้อน”

                มายาหยิบผ้ากันเปื้อนมาสวม แต่พยายามผูกเชือกด้านหลังยังไงก็ผูกไม่ถึงซักที จะขอความช่วยเหลือจากคนตรงหน้า  ตานี่ก็ดูรอบจัดเกินจนไม่อยากจะขอความช่วยเหลือทั้งสิ้นถ้าไม่จำเป็น 

 

               “หันหลังมา”มายาหันขวับไปทางต้นเสียง มองคนตรงหน้าอย่างระแวดระวัง ชิงพูดดักทางขึ้นมาก่อน  

                “ฉันไม่มีอะไรจะให้หรอกนะ ” นายจะมัดให้ฟรีๆ เราะ?

                สกายทำหูทวนลมไม่ได้ยิน เดินมาข้างหลังเธอแล้วผูกเชือกให้จนเสร็จเรียบร้อย

        “ไม่เป็นไร เดี๋ยวคิดทีเดียวเลย”

        

       มัดมือชกนะคะ ..คุณปราณนต์

                “มาสิ แม่รออยู่ในครัวน่ะ” พูดเสร็จเจ้าบ้านก็เดินนำออกไป ทิ้งให้แขกยืนแยกเขี้ยวตามหลัง และเดินตามเข้าครัวไป

                คุณแม่ของสกายเป็นผู้หญิงที่ดูใจดี และอายุไม่มากเท่ากับที่เธอคิดเอาไว้  เมื่อได้ยินเสียงคนเดินเข้ามา ‘คุณแม่’ ก็เงยหน้าขึ้นมอง “อ้าว มาแล้วเหรอจ๊ะ”

                “สวัสดีค่ะ คุณมะ..”อา... ไม่ควรเรียกว่าคุณแม่สินะ “คุณ น้า”

                คุณน้ายกมือรับไหว้แล้วส่งยิ้มเป็นมิตรให้ “จะเรียกคุณแม่ก็ได้จ้ะ แม่ไม่ถือหรอก”

                “แม่ได้ยินว่าหนูอยากมาเรียนวิธีทำชูครีมเหรอจ๊ะ?” ‘หนู’ พยักหน้าหงึกๆ กลายเป็นคนพูดน้อยเรียบร้อยขึ้นมาทันที

                “ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยสอนน่ะค่ะ”

                “ด้วยความยินดีจ้ะ กายน่ะไม่ค่อยได้เข้ามาทำอะไรกับแม่หรอก เสียดายความรู้ที่แม่มีจะแย่”คุณแม่บ่นก่อนจะหันไปค้อนให้ลูกชาย

                “กายรอกินที่แม่ทำดีกว่าฮะ”


                พรืดดด.. กาย???  บทจะอยู่กับแม่ ตานี่ก็ดูเป็นเด็กน้อยน่ารัก นิสัยดีขึ้นมาเชียวแฮะ

        มายากระพริบตาปริบๆ มองภาพลูกชายอ้อนกอดแม่ตรงหน้าแล้วชักอยากหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปแบล็กเมลล์ตานี่ตะหงิดๆ แต่อีกฝ่ายเหมือนจะดันรู้ตัวว่าเธอจ้องอยู่อย่างสอดรู้ เลยผละไปเตรียมส่วนผสมขนมแทน

                “สกายนี่ปรกติขี้อ้อนเหรอคะ?”ลูกไม้เปิดฉากถามขึ้นมาทันทีที่เหลือบเห็นว่าตาสกายหายไปจากห้องครัวแล้ว

                “ถ้าอยู่บ้านน่ะนะจ๊ะ”คุณแม่หัวเราะร่วน มือก็ยื่นชามแป้งกับเนยกับน้ำมาให้เด็กสาวคนให้เข้ากัน “เวลาอยู่ที่โรงเรียน กายเค้าคงจะสร้างความลำบากให้เพื่อนๆ เยอะเลยสินะจ๊ะ”

                มายาส่ายหัวดิ๊ก แก้ตัวแทนให้ “แค่.. เก๊กไปหน่อยน่ะค่ะ”

                คุณแม่ของคนขี้เก๊กหัวเราะร่วน เมื่อกวาดสายตาไปรอบห้องแล้วเห็นว่าลูกชายไม่อยู่ จึงเอ่ยขึ้น  “เค้าไม่ค่อยเก่งที่จะทำความรู้จักกับคนใหม่ๆ เท่าไหร่น่ะจ้ะ”

                “จริงๆ เด็กคนนี้เค้าเป็นห่วงแล้วก็เอาใจใส่คนอื่นอยู่พอดูเลยนะ ”

                เอาใจใส่กับคนในครอบครัวล่ะก็น่าจะใช่ล่ะค่ะ... แต่กับเพื่อนๆ นี่ เห็นสร้างกำแพงไว้ซะสูงลิบลิ่ว ตั้งป้อมกันใครเข้าถึงตัวออกขนาดนั้น

                “แต่เค้าก็มีวิธีของเค้า ที่บางทีอาจจะแปลกไปซักหน่อย”

                มายาทำหน้าไม่เชื่อ นี่เธอรักษามารยาทมากแล้วนะที่จะไม่พูดออกไปเลยว่า ..แปลกมากค่ะ ห่วงแบบห่างเหินจนดูเหมือนไม่ห่วงเลยเชียว

                เหมือนคุณแม่จะเดาใจเธอได้จากสีหน้าจึงหัวเราะร่วน  เอ่ยประโยคที่มายาฟังแล้วรู้สึกว่าคุณแม่คงแค่แก้ตัวให้ลูกชายมากกว่า

                “ไม่อยากเชื่อไหมล่ะจ้ะ แต่ถ้าสนิทกันก็น่าจะเห็นล่ะจ้ะ”

                ฮะๆ ... นั่นยิ่งยากเข้าไปใหญ่เลยล่ะค่ะ จะสนิทกะตานี่น่ะนะ .. ให้ปัดกลายเป็นเกย์ซะจะง่ายกว่า

 

 

                คุณแม่สอนเป็นขั้นเป็นตอนดูเชี่ยวชาญราวกับคุณครูสอนทำอาหารตัวจริงเสียงจริงมาสอนเองยังไงยังงั้น ไล่ขั้นตอนไปตั้งแต่การทำแป้งให้สุก แล้วเอาลงมาให้ลูกศิษย์นวดแป้งพร้อมกับใส่ไข่ไปด้วย

ลูกศิษย์ที่แม้จะทำตามขั้นตอนที่บอกแต่ก็ยังทำแบบเก้ๆ กังๆ ดูปุ๊บรู้ปั๊บเลยว่าปรกติเป็นเด็กที่อยู่ห่างครัว เพราะเนื้อตัวเลอะไปด้วยแป้ง ไข่ และส่วนผสมอื่นๆ ที่หกตามตัวเต็มไปหมด

                 “นี่ถ้าหนูไม่ได้เอาผ้ากันเปื้อนมาด้วย สงสัยชุดสวยคงจะเลอะหมด”

                ชุดสวยที่ว่าเธอไม่ได้ซักเอง ดังนั้นมายาไม่เครียดอยู่แล้วจึงได้แต่หัวเราะกับประโยคนั้นของคุณแม่

“ผ้ากันเปื้อน ของคุณแม่ไม่ใช่เหรอคะ?”

ก็คุณแม่เป็นคนให้สกายเอามาให้เธอเองนี่นา ...


                “เอ...เหมือนจะใช่นะ แม่มีผ้ากันเปื้อนเยอะน่ะ จำไม่ค่อยได้” คุณแม่ก้มมองผ้ากันเปื้อนของตัวเองที่ลายไม่เหมือนกันกับของเด็กสาวแล้วหัวเราะน้อยๆ “ก็ยังนึกอยู่ว่าดีจัง หนูเตรียมผ้าตัวเองมาด้วย เพราะแม่ก็ลืมเตือนให้กายเค้าบอกหนูว่ามันอาจจะเลอะเทอะ ให้เตรียมผ้ามาเปลี่ยนน่ะจ้ะ”

                ลูกไม้พยักหน้าหงึกๆ แล้วลงมือบีบแป้งต่อ แต่ยิ่งตั้งใจก็ยิ่งเครียด เพราะมันยิ่งไม่เท่ากันไปกันใหญ่

                “ฮืออ มันไม่เท่ากันอะค่ะ”

                “ถ้ามันไม่เท่ากัน ก็เอามารวมกันแล้วบีบใหม่ก็ได้จ้ะ ลองดูไปเรื่อยๆ นะ ค่อยๆ จับจังหวะดู”

                แต่เหมือนการมีครูดี แต่ตัวลูกศิษย์ไม่มีเซ้นส์ด้านนี้ยังไงก็ไม่ค่อยช่วยอะไร เพราะยังไงมันก็ยังคงไม่เท่ากัน และถ้าดูไม่ผิด เหมือนหน้าตามันจะแย่กว่าตอนบีบครั้งแรกซะอีก

                ยิ่งทำแย่ก็ยิ่งรู้สึกละเหี่ยใจตัวเอง เข้าใจปืนขึ้นมาตะหงิดๆ แล้วว่าทำไมถึงเลือกปัด...

เอ๊ะ!! ตกลงปืนเลือกปัดปลูกถั่วด้วยเพราะปัดมันทำขนมเก่ง เป็นแม่ศรีเรือน การบ้านการเรือนยอดเยี่ยมสินะ  ทำไมมันเหมือนการเลือกแต่งเจ้าสาวเข้าบ้านซะจริง

                ปัดเป็นผู้ชายนะปืน ถึงมันจะดูน่าจะเป็นภรรยาที่ดีกว่าเธอก็เถอะ ฮืออ..

                “ทำขนมพวกนี้ต้องใจเย็นๆ นะจ้ะ ถ้าเรารีบร้อนมันจะออกมาไม่ค่อยดีจ้ะ”คุณแม่เอ่ยปลอบ ก่อนจะก้มลงมาใกล้ๆ แล้วพูดกับเธอเบาๆ

        &ldquo