[8thAug] 1st regular event

posted on 16 Nov 2014 21:22 by twincrystal
 
 
 
 
 
 
 
Regular Event No.1 : first of 8th  
 
 
 
 

ยาส ค่อยๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้น เพดานสีตุ่นๆ ของ ‘หอนอน’ ที่คุ้นเคยเป็นภาพแรกที่เธอมองเห็น หอนอนของโบสถ์คล้ายกับเป็นโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าขนาดย่อม เตียงแต่ละเตียงอยู่ห่างกันไม่มาก เรียงๆ กันไปจนสุดปลายห้องอย่างเป็นระเบียบ

เมื่อกวาดตามองจนทั่วเธอจึงพบว่าตัวเองไม่ได้ตื่นเป็นคนแรก 

‘เอมิลี่’ เด็กสาวเตียงข้างๆ หันมาสบตากับเธอเข้าพอดี อีกฝ่ายกำลังสะบัดผ้าห่มและพับเก็บอย่างเรียบร้อย แล้วยิ้มกว้างส่งมาให้ ผ้าห่มที่เอมิลี่พับเรียบกริบเท่ากันหมดทุกมุมอย่างน่าชื่นชม

“อรุณสวัสดิ์จ้ะ”

เอมิลี่ส่งยิ้มสดใสมาให้ ตรงแก้มยังมีรอยหมอนเป็นเส้นจางๆ  แล้วเอมิลี่เริ่มจัดการปูเตียงใหม่ การกระทำนั่นทำให้ยาสรู้โดยอัตโนมัติว่าอีกฝ่ายเปิดทางให้เธอเดินไปใช้ห้องน้ำก่อน เพราะวันนี้เป็นเวรของเธอที่ต้องไปจ่ายตลาดตอนเช้า ความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ นั่นทำให้ยาสต้องรีบลุกแล้วจัดเตียงของตนบ้าง ส่วนหมาป่าสัตว์แห่งจิตของเธอเดินนำเข้าห้องน้ำไปเรียบร้อยแล้ว

 

ยาสยืนนิ่งอยู่หน้าร้านดอกไม้ ทิวทัศน์ด้านนอกยังคงมืดสลัว แต่แสงไฟขนาดใหญ่เบื้องหน้าทำให้เมื่อมองใกล้ๆ ท้องฟ้าคล้ายถูกย้อมไปด้วยสีแดง ความร้อนของกองเพลิงขนาดใหญ่ทำให้เธอต้องเดินก้าวถอยหลัง ร้านดอกไม้ร้านประจำของเธอกำลังกลายสภาพ

… ไฟลุกท่วมสูงขนาดนี้ ไม่นานร้านทั้งร้านคงเป็นกองขี้เถ้า

ภาพคุณป้าใจดีเจ้าของร้านดอกไม้ที่แวบเข้ามาในหัว ทำให้ยาสที่ตกตะลึงอยู่รีบวิ่งอ้อมไปหลังร้าน มองจากหน้าร้านไฟลามไปมากแล้ว แต่ด้านหลังอาจจะยัง

โชคดีที่หลังร้านประตูยังเปิดอยู่ ยาสรีบก้าวเข้าไป หล่อนตลบชายเสื้อตัวเองขึ้นมาแล้วอุดจมูกเอาไว้ พยายามสอดส่ายสายตามองไปรอบๆ เพื่อหาเจ้าของร้าน

ก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นร่างท้วมที่นั่งคุกเข่าอยู่ไม่ใกล้นัก คุณป้าเจ้าของร้านนั่งอยู่ข้างๆ กับก้อนสีดำที่กำลังไหม้ไฟขนาดเท่าตัวหล่อนเอง

..ทำไมถึงเอาแต่นั่งเฉย ไม่ยอมออกมาจากตรงนั้น?  

แม้จะสงสัย แต่ไอร้อนของไฟที่เริ่มลามทำให้เธอต้องรีบ ยาสรีบสาวเท้าจะเข้าไปหาคุณป้าคนนั้น เพียงเสี้ยววินาทีคานบ้านที่อยู่บนศีรษะคุณป้าก็ตกลงมาทับร่างของคุณป้าเจ้าของร้าน!

เสียงกรีดร้องเพราะความทรมานของร่างที่ดิ้นทุรนทุราย สะกดให้ยาสยืนมองภาพนั้นอยู่อย่างนั้น สิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นมนุษย์ยามนี้ลุกท่วมด้วยไฟสีแดงส้มที่เริ่มลามจากเสื้อผ้า เผาไหม้เนื้อหนังจนได้กลิ่นฉุนของเนื้อ มือที่ไฟลุกท่วมพยายามตะเกียกตะกายอยู่ครู่เล็กๆ จนในที่สุดก็หยุดนิ่งไป

เสียงจอแจดังจากข้างหลังเธอ เมื่อหันไปมองก็พบชายฉกรรจ์หลายคนวิ่งเข้าประตูหลังมา พวกเขาคงเข้ามาตามเสียงกรีดร้อง .. อาจจะเข้ามาช่วย

ผู้ชายกลุ่มนั้นตะโกนโหวกเหวกอะไรกันซักอย่าง สลับกับเสียงเห่าของหมาป่าข้างตัวเธอที่เห่าไม่หยุด  เสียงเหล่านั้นไม่ได้เข้าหูเธอซักนิด

ยาสยืนนิ่งเหมือนถูกแช่แข็ง สมองมึนงงไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น รู้ตัวเพียงว่าอยู่ๆ ขาก็ลอยขึ้นจากพื้น ...เธอถูกจับพาดบ่าโดยใครสักคนที่เข้ามาช่วย รู้ตัวอีกทีเธอก็มานั่งอยู่นอกร้านแล้ว




“ยาส ...”เสียงเรียกจากข้างๆ ตัวทำให้ยาสหันไปมอง ก่อนจะพบสายตาห่วงใยจากอีกฝ่าย กระรอกบินสัตว์แห่งจิตของเอมิลี่ขึ้นมานั่งอยู่บนบ่าเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

“เป็นอะไรรึเปล่า?”น้ำเสียงเป็นห่วงนั่นทำให้เธอนิ่งไปและส่ายหน้า .. ไม่ใช่ไม่เป็นอะไร แต่ไม่รู้จะพูดยังไง

“อะนี่ ฉันแอบเอาส่วนของฉันมา...” เอมิลี่ยื่นขนมปังครึ่งชิ้นมาให้ “มันเป็นของเหลือ.. กินได้ไหม?”

เอมิลี่คงคิดว่าเธอซึมเพราะถูกสั่งให้อดอาหาร เพราะสุดท้ายแล้วเมื่อเช้าเธอก็เดินกลับมามือเปล่า เสื้อผ่าเลอะเขม่า ทำให้คนรอบตัวเป็นห่วง พยายามซักอย่างไรเธอก็ไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว  ทำให้กว่าทุกคนจะได้กินข้าวเช้าก็เกือบสิบเอ็ดโมง

ยาสส่ายหน้าปฏิเสธ .. ไม่ใช่เพราะรังเกียจแต่เพราะไม่หิวจริงๆ ความอยากอาหารของเธอเหมือนจะหายไปในกองไฟเมื่อเช้าแล้ว เอมิลี่มีสีหน้าเศร้าลง ยาสจึงพึมพำขอโทษเธอเบาๆ

 

คืนนั้นยาสหยิบไดอารี่จากใต้หมอนขึ้นมาด้วยความเคยชิน แต่จนแล้วจนรอดก็ทำได้เพียงนั่งมองมันนิ่งๆ อยู่อย่างนั้นจนเทียนเล่มสุดท้ายในหอนอนถูกดับลง เธอจึงล้มตัวลงแล้วพยายามข่มตาบ้าง

.

.

.

.

.


“อรุณสวัสดิ์จ้ะ”

เอมิลี่ส่งยิ้มสดใสมาให้ ตรงแก้มยังมีรอยหมอนเป็นเส้นจางๆ แบบเดียวกับเมื่อวาน แล้วเริ่มจัดการปูเตียงใหม่ ยาสลุกจากเตียงแล้วเก็บเตียงของตัวเองบ้าง แล้วเดินออกไปทำหน้าที่ของตัวเอง

… วันนี้ ยาสเป็นเวรทำความสะอาด

เธอแปลกใจที่มีเด็กที่มีหน้าที่อย่างอื่นมาช่วยเธอด้วย ยาสเก็บความสงสัยนั้นไว้และทำความสะอาดจนเสร็จ แต่ทันทีที่เธอก้าวเท้าเข้าไปที่ห้องอาหารเธอก็คุณป้าแม่ครัวเรียกไปดุ หล่อนบอกว่ายาสเป็นเวรจ่ายตลาดวันนี้ และเพราะยาสไม่ยอมทำหน้าที่คุณป้าแม่ครัวจึงต้องออกไปจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง

ยาสพยายามเถียง … แต่ไม่ชนะ จึงลงท้ายด้วยการอดข้าวเหมือนเคย



“ยาส ...”เสียงเรียกจากข้างๆ ตัวทำให้ยาสหันไปมอง ก่อนจะพบสายตาห่วงใยจากอีกฝ่าย กระรอกบินสัตว์แห่งจิตของเอมิลี่ขึ้นมานั่งอยู่บนบ่าเธอ
“เป็นอะไรรึเปล่า?  อะนี่ ฉันแอบเอาส่วนของฉันมา” เอมิลี่ยื่นขนมปังครึ่งชิ้นมาให้ “มันเป็นของเหลือ.. กินได้ไหม?”

ประโยคที่เหมือนเมื่อวานไม่มีผิดทำให้ยาสมองอีกฝ่ายนิ่ง.. แต่วันนี้ เธอเลือกที่จะขอบคุณและรับขนมปัง

คืนนั้นยาสเขียนไดอารี่ บันทึกเรื่องเวรประจำวัน เรื่องที่เธอถูกลงโทษ เธอรู้สึกว่ามันประหลาด แต่วันต่อมาเหตุการณ์ทุกอย่างก็เป็นไปในรูปเหมือนเดิมทุกอย่าง เธอจึงต้องพึ่งพาขนมปังจากเอมิลี่อีกครั้ง

.

.

.


“อรุณสวัสดิ์จ้ะ”เอมิลี่ส่งยิ้มสดใสมาให้  ตรงแก้มยังมีรอยหมอนเป็นเส้นจางๆ  แล้วเอมิลี่เริ่มจัดการปูเตียงใหม่ด้วยท่วงท่าเดิม องศาเดิมเหมือนกับวันก่อนๆ ยาสสังเกตเห็นความผิดปรกติมาจากเรื่องอื่นก็จริง แต่ท่าทางของเอมิลี่ก็เป็นหนึ่งในเรื่องประหลาดนั้น  

วันนี้เป็นวันที่เจ็ดแล้วที่ยาสเจอกับ ‘อะไรเดิมๆ’ แบบนี้ 

“เอมิลี่..”เสียงของยาสเรียกให้อีกฝ่ายหันมามอง “วันนี้ฉันต้องไปจ่ายตลาด… ใช่ไหม?”

เอมิลี่มีสีหน้างุนงง ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ

“อื้ม ใช่จ้ะ ยาสลืมเวรตัวเองเหรอเนี่ย หายากจังน้า ..อ้ะ ใช้ห้องน้ำก่อนได้เลยนะ”

ยาสลุกขึ้นจากเตียง พับผ้าห่ม แล้วเดินเข้าห้องน้ำ เตรียมตัวไปตลาด ต่อให้วันนี้เป็นเหมือนวันก่อนๆ เธอก็จะไม่ยอมถูกลงโทษให้อดข้าวอีกแล้ว



เธอเลือกใช้เส้นทางไปตลาดที่ไม่ผ่านร้านดอกไม้ แต่ถึงอย่างนั้นเสียงโหวกเหวกโวยวายก็ยังดังมาถึงตลาดทางนี้อยู่ดี เธอพยายามปิดหูปิดตา ภาวนาถึงพระเจ้าในใจไม่หยุด ให้ฝันร้ายนี่จบลงเสียที คุณป้าคนนั้นกำลังจะตาย และคงตายซ้ำๆ ซ้ำๆ อยู่อย่างนั้นถ้าเหตุการณ์ประหลาดนี่ไม่ยอมหยุด

ยาสเลือกที่จะเลี่ยงเหตุการณ์นี้วันแล้ววันเล่า … ความรู้สึกราวกับวนเวียนอยู่ในฝันร้ายที่ไม่มีวันจบสิ้น


กลางดึกของคืนวันที่หก นับจากเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นยาสถึงได้หยิบไดอารี่ขึ้นมาอีกครั้ง เธอพลิกสมุดเล่มเล็กไปเรื่อยจนมาถึงหน้าสุดท้ายที่มีร่องรอยการเขียน

...วันที่ 7 สิงหา  

เธอพยายามเขียนไดอารี่หลายครั้ง แต่เมื่อกลับมาเปิดมันอีกครั้งในคืนต่อไป กระดาษก็จะกลับมาว่างเปล่า

เหตุการณ์ประหลาดนี่เกิดขึ้นได้ยังไง  มันเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ ...ยาสหลับตาลงทบทวน ผู้ที่มีพลังอำนาจเช่นนี้จะเป็นใครได้อีก

… หรือจะเป็นพระประสงค์ของพระเป็นเจ้า?

แต่พระองค์จะทำเช่นนั้นไปเพื่ออะไร มีอะไรที่เธอทำผิดพลาดในวันนั้นต้องกลับไปแก้ไขหรือยังไง

ภาพของมนุษย์ที่ไฟลุกท่วมกรีดร้องทุรนทุรายผุดขึ้นมาในหัวเป็นอย่างแรก.. ภาพนั้นทำให้เธอสะท้าน คงเป็นบาปของเธอที่ช่วยชีวิตคุณป้าคนนั้นไว้ไม่ได้ เป็น ‘ความผิด’ ของเธอ พระเจ้าได้ให้โอกาสเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อแก้ไขปัญหานี้

ยาสหลับตา ประสานมือตรงอก ภาวนาในใจ

‘ข้าแต่พระองค์ ลูกจะช่วยชีวิตของหญิงคนนั้นหากเป็นพระประสงค์...โปรดให้ลูกจบฝันร้ายนี้เสียทีเถิด’



.

.

.



ยาสไม่รู้ว่าไฟจะเริ่มปะทุขึ้นเมื่อไหร่ เธอจึงตื่นให้เร็วที่สุด วิ่งสุดฝีเท้าไปร้านนั้นทั้งที่ยังอยู่ในชุดนอน อาศัยเพียงแสงจันทร์สลัวๆ จึงล้มไปหลายครั้ง เนื้อตัวเต็มไปด้วยแผลถลอกมอมแมมไปทั้งตัวกว่าจะไปถึงที่หมาย

หน้าร้านดอกไม้ยังไม่มีคนมุงเหมือนวันนั้นที่เธอเห็น แต่เเสงสว่างวาบในบ้านทำให้ยาสทุบประตูหน้าร้านอย่างร้อนใจ ทุบอยู่ซักครู่หนึ่ง เสียงโหวกเหวกดังมาจากในบ้าน มีเสียงทุ้มที่น่าจะเป็นเสียงของคุณลุงสามีของคุณป้าเจ้าของร้านสบถหยาบคายออกมาหลายครั้ง  จับใจความได้ว่าให้เอาน้ำมาช่วยกันดับไฟ  

ความวุ่นวายข้างในดำเนินไปอยู่นาน.. จนยาสเลิกทุบประตูเพราะเริ่มรู้สึกเจ็บที่มือ พลิกดูก็พบว่ามันเป็นรอยแดงจึงเอามือมาถูๆ กับชุดนอน เมื่อไม่มีคนมาเปิดประตูเธอก็ได้แต่นั่งยองๆ อยู่หน้าประตู สัตว์แห่งจิตของเธอเดินเข้ามาใกล้ มันแลบลิ้นเลียมือของเธอเบาๆ เธอจึงดึงมันเข้ามากอดเอาไว้

เมื่อมีคนเปิดประตูออกมาจากด้านใน ยาสจึงเงยหน้าขึ้นมอง ใบหน้าของคุณป้าเจ้าของร้านเต็มไปด้วยความสงสัย

“มาทำอะไรแต่เช้ารึหนู”

เธออยาก